โรคลมแดด (Heat Stroke) ภัยร้ายใกล้ตัวเจ้าตูบ

โรคลมแดด (Heat Stroke) ภัยร้ายใกล้ตัวเจ้าตูบ
wegointer.com

โรคลมแดดนั้นถือเป็นภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติชนิดหนึ่ง โดยที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเป็นไข้ โดยมักเกิดจากการที่สุนัขอยู่ในที่ๆ มีอุณหภูมิสูงเป็นระยะเวลานานๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่ปิดทึบและมีอุณหภูมิสูงกว่า 41 องศาเซลเซียส จะทำให้สุนัขมีโอกาสเป็นโรคลมแดดได้ง่าย โดยโรคลมแดดถือว่าเป็นภาวะที่อันตรายมากเพราะจะทำให้อวัยวะหลายอวัยวะล้มเหลวรวมไปถึงเสียชีวิตได้


“ภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงในสุนัข คือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าระดับปกติ โดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิร่างกายสุนัขอยู่ที่ประมาณ 103 องศาฟาเรนไฮด์ หรือประมาณ 39 องศาเซลเซียส”

โรคลมแดด (Heat Stroke)

ภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเป็นไข้นั้นสามารถพบได้ในสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ขนยาวได้ง่ายกว่าสุนัขพันธุ์เล็กขนสั้น รวมไปถึงเหล่าสุนัขหน้าสั้น เช่น บูลด็อก หรือปั๊ก เพราะสุนัขพันธุ์นี้จะระบายความร้อนทางด้านการหายใจได้ไม่ดีนั่นเอง

อาการของโรคลมแดด

  • หอบหายใจ
  • ขาดน้ำ/แห้งน้ำ (dehydration)
  • น้ำลายไหลมาก
  • อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นสูง (สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส)
  • เหงือกสีแดงก่ำ
  • ปัสสาวะน้อยหรือแทบไม่ปัสสาวะเลย
  • เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นสูงและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
  • มีภาวะช็อก
  • อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจ
  • มีของเหลวในปอด
  • เกิดภาวะเลือดแข็งตัวทั่วร่างกาย
  • อาเจียนออกมาเป็นเลือด
  • พบเลือดในลำไส้ใหญ่หรือถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือด
  • เกิดจุดเลือดออกตามผิวหนังทั่วร่างกาย
  • เกิดภาวะอักเสบทั่วร่างกาย
  • อาจพบว่าเซลลืตับตาย
  • ชัก
  • กล้ามเนื้อสั่นกระตุก
  • เดินไม่ตรง หรือเดินโซเซไปมา
  • หมดสติ

สาเหตุที่ทำให้สุนัขมีภาวะอุณหภูมิร่างกายสูง

  • สุนัขอยู่ในสถานที่ร้อนมากเกินไปและมีความชื้นสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ในรถ หรือในห้องปิดทึบ
  • ทางเดินหายใจส่วนบนของสุนัขเกิดการอุดตัน ทำให้หายใจได้ไม่ดี ส่งผลให้ระบายความร้อนจากการหายใจได้ช้าลง
  • ปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะโรคลมแดดคือ มีภาวะอัมพาตของคอหอยและกล่องเสียง มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดและระบบประสาท มีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ หรือเคยมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมาก่อน
  • ได้รับสารพิษบางประเภท เช่น สาร strychnine
  • เป็นผลข้างเคียงจากการวางยาสลบ
  • ออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป

ปัจจัยเสี่ยง

  • มีประวัติว่าเคยเป็นโรคหัวใจมก่อน
  • อยู่ในช่วงลูกสุนัข หรือเป็นสุนัขแก่
  • มีภาวะอ้วน
  • มีปัญหาด้านการหายใจ หายใจได้ไม่ดี หรือปอดทำงานได้ไม่สมบูรณ์
  • เป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก หรือ บูลด็อก
  • เป็นสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนา เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้
  • มีภาวะขาดน้ำ ได้รับน้ำไม่เพียงพอ

แนวทางการรักษา

สิ่งสำคัญที่สุดของการรักษาภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงคือต้องรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าพบว่าสุนัขกำลังมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เพราะว่าอยู่ในห้องที่ร้อน ขั้นแรกคือรีบพาสุนัขไปในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทและอุณหภูมิต่ำกว่าทันที

การช่วยลดอุณหภูมิร่างกายสุนัขทำได้อยู่หลายวิธี เช่น การเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น แล้วเป่าตัวให้แห้งร่วมด้วย อย่าลืมตรวจเช็กอุณหภูมิร่างกายของสุนัข เพราะไม่ควรลดอุณหภูมิร่างกายสุนัขให้ลดลงต่ำกว่า 103 องศาฟาเรนไฮด์

เรื่องต้องให้ความสำคัญคือไม่ควรใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด หรือแช่สุนัขลงในน้ำเย็นทั้งตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวหนังหดตัว ส่งผลให้ความร้อนถูกกักเก็บไว้ในร่างกายเช่นเดิม และเมื่อสุนัขอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ให้ค่อยๆ ให้กินน้ำเย็น แต่อย่าให้กินน้ำเย็นจัด เพื่อให้สุนัขค่อยๆ ได้ปรับลดอุณหภูมิในร่างกายต่อ แต่ก็ไม่ต้องฝืนบังคับให้สุนัขกินน้ำนะ

อย่าลืมให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกายสุนัขอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิร่างกายกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อดูว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับอวัยวะภายในหรือไม่ เพราะบางครั้งสุนัขอาจเกิดภาวะเลือดแข็งตัวทั่วร่างกาย สมองบวมน้ำ หรือมีภาวะไตวาย ขณะตอนเป็นโรคลมแดดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

ส่วนในกรณีที่สุนัขอาการทรุดลงหลังเกิดภาวะลมแดด จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ควรให้หน้ากากออกซิเจน หรือสอดท่อช่วยหายใจ ในกรณีสัตว์หายใจเองลำบาก

แนวทางการป้องกัน

หลักการที่ง่ายที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงโรคลมแดด คือ ให้สุนัขอยู่ที่ๆ อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่ร้อนจนเกินไป ถ้าในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงมากอย่างในประเทศไทย ควรหาวิธีคลายร้อนให้น้องหมา โดยอาจจะเป็นการเปิดพัดลม หรือให้สุนัขอยู่ในห้องแอร์

wegointer.com

โดยเฉพาะหากสุนัขของคุณเป็นสุนัขที่มีอายุมากหรือเป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้นที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดอยู่แล้ว พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขอยู่ในตำแหน่งในบ้านที่อุณหภูมิสูงในตอนกลางวัน เช่นโรงรถหรือสนามหน้าบ้าน แต่ควรให้อยู่ในร่มที่มีอากาศพัดผ่านสะดวกแทน และห้ามทิ้งสุนัขไว้ในรถกลางแดดจัดเด็ดขาดแม้เวลาเพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้นก็ตาม

“เห็นไหมครับว่าโรคลมแดดนั้นอันตรายเพียงใด ดังนั้นเราควรป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เพราะถ้าสุนัขอันเป็นที่รักของเราเกิดอาการขึ้นแล้ว มันอาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไขได้นะครับ”


ที่มา: honestdocs

แชร์บทความนี้...

Vetbasket

คุณอาจสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น