การเลี้ยงสัตว์ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร?

การเลี้ยงสัตว์ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร?

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้ในวันที่แย่ๆ สัตว์เลี้ยงของคุณก็สามารถทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ เหตุผลง่ายๆ เลยครับ พวกเขาไร้เดียงสาและให้ความรักกับคุณโดยไร้เงื่อนไขใดๆ ทำให้ปัจจุบันมีผู้นิยมหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนกันมากขึ้นโดยเฉพาะสุนัขและแมว เพราะนอกจากพวกเขาจะคอยเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์กับเราแล้ว สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ยังสามารถชาวยทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นได้ อยากรู้ไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร ลองไปดูกัน…

การเลี้ยงสัตว์ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร?

สัตว์เลี้ยงช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

ลองใช้เวลาซัก 2-3 นาที นั่งดูตู้ปลากับสุนัขหรือแมวของคุณดูซิครับ ปล่อยอารมณ์ไปเรื่อยๆ คุณจะรู้สึกผ่อนคลาย และมันสามารถช่วยลดความเครียดของคุณลงได้


ช่วยลดความดันโลหิต

คนที่มีปัญหาความดันเลือดสูง อาจจะกำลังพยายามลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่รู้ไหมว่าการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดความดันเลือดได้นะ จากการศึกษาพบว่าในคู่สามีภรรยาทั้งหมด 240 คู่นั้น คู่สามีภรรยาที่เลี้ยงสัตว์จะมีอัตราการเต้นของหัวใจและระดับของความดันโลหิตในภาวะปกติต่ำกว่าคู่ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ และมีอีกการศึกษาพบว่า เด็กๆ ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อได้รับสัตว์มาเลี้ยงแล้ว ค่าคามดันโลหิตของพวกเขากลับลดลง

ช่วยให้ระดับคลอเรสเตอรอลต่ำลง

คนส่วนใหญ่มักจะควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลด้วยการออกกำลังกายและลดน้ำหนัก และสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ด้วยแล้ว การควบคุมระดับคลอเรสเตอรอสก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้น มีผลวิจัยออกมาว่าผู้คนที่เลี้ยงสัตว์จะมีระดับของคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยง แต่เหตุผลนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร อาจเป็นไปได้ว่ากิจกรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนที่เลี้ยงสัตว์นั้นมีมากกว่า เช่นต้องพาสัตว์เลี้ยงไปจูงเดิน หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงของตนเอง

ทำให้หัวใจแข็งแรง

จากการศึกษาใน 20 ปีที่ผ่านมาพบว่า คนที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัขหรือแมว มัอัตราการตายด้วยภาวะหัวใจวายมากกว่าคนที่เลี้ยงถึง 40%

ช่วยลดอาการซึมเศร้า

คำกล่าวที่ว่าสุนัขหรือแมวรักคุณโดยไม่มีเงื่อนไขนั้น เป็นจริงเสมอ และพวกเขายังสามารถช่วยปลอบคุณเวลาคุณรู้สึกซึมเศร้าได้อีกด้วย เชื่อไหมว่าสัตว์เลี้ยงของคุณสามารถฟังคุณพูดระบายความรู้สึกได้เป็นวันๆ เลยหล่ะ พวกเขาเป็นนักฟังที่ดี และจะฟังทุกอย่างที่คุณพูด ซึ่งบางทีในเวลาที่คุณแปรงขนให้กับเขา เล่นกับเขา หรือพาเขาไปจูงเดิน คุณสามารถพูดระบายสิ่งต่างๆ ให้เขาฟัง มันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้

กระตุ้นการออกกำลังกายของคุณ

การเดินวันละ 30 นาทีของคุณจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป เพราะการจูงสุนัขเดิน 15 นาทีตอนเช้าและตอนเย็น จะทำให้คุณสนุกกับการเดินมากขึ้น หรือแม้แต่การเล่นกับเจ้าตูบที่สนามหน้าบ้าน ก็จะทำให้คุณได้มีกิจกรรมออกกำลังกายมากขึ้นเช่นกัน

เป็นคู่หูในการออกกำลังกายชั้นยอด

เคยไหมครับเวลาเราอยากออกไปวิ่งหรือปั่นจักรยานในตอนเช้า แล้วชวนคนในบ้านไปด้วย เรามักจะได้รับคำปฏิเสธอยู่เสมอ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงนั้นไม่เคยบ่นหรือปฏิเสธเวลาคุณชวนพวกมัน สัตว์เลี้ยงพร้อมจะไปเดินหรือเล่นกับคุณเสมอ

Doga pose: downward dog or Adho mukha śvānāsana

เกล็ดความรู้: ปัจจุบันมีการนำสุนัขมาร่วมเล่นโยคะกับเราด้วย เรียกว่า “doga” 

 

 

 

 

 

ผู้เลี้ยงแมวมีโอกาสเกิดเส้นเลือดในสมองแตกน้อยลง

แม้ทางการแพทย์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทำไม แต่นักวิจัยเชื่อว่าแมวช่วยให้เจ้าของมีจิตใจที่ผ่อนคลาย ทำให้ระดับของความเครียดลดลงมากกว่าการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น อาจเป็นเพราะว่าเจ้าเหมียวทำให้เจ้าของต้องมีกิจกรรมอะไรทำมากมาย จึงไม่มีเวลาที่จะไปเครียดกับเรื่องต่างๆ

สัตว์เลี้ยงทำให้เราได้พูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น

กุญแจสำคัญอย่างหนึ่งของการมีสุขภาพจิตที่ดีคือการได้เข้าสังคมและพูดคุยกับคนอื่นๆ และแน่นอนว่าเจ้าของสัตว์อย่างเราๆ ก็ต้องมีเรื่องให้พูดคุยเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนมากมาย อย่างเช่นเวลาที่เราพาสุนัขของเราไปจูงเดิน เราก็มักจะได้พบกับเจ้าของสุนัขคนอื่น และได้พูดคุยทักทายกันเป็นประจำ การพูดคุยกันทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี และเมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตามไปด้วย

ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น

นักวิจัยพบว่า เด็กที่เติบโตมาในครอบครับที่เลี้ยงสุนัขหรือแมว จะมีระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายสูงกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งส่งผลให้เมื่อโตขึ้นจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นตามไปด้วย

แมวช่วยป้องกันโรคหอบหืดได้นะ

ข้อมูลนี้อาจจะดูขัดแย้งกับข้อมูลที่ว่า การแพ้ขนสัตว์เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคหอบหืด แต่นักวิจัยพบว่า ทารกที่โตมาในบ้านที่เลี้ยงแมว มีโอกาสเกิดโรคหอบหืดได้น้อยกว่าบ้านที่ไม่ได้เลี้ยง แต่ถ้าพบว่าแม่ของเด็กคนนั้นแพ้ขนแมวถือเป็นข้อยกเว้นนะ เพราะเด็กจะมีโอกาสแพ้ขนแมวได้มากกว่าเด็กทั่วไปถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

สัตว์เลี้ยงช่วยเจ้าของที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้ว ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างฉับพลันนับว่าอันตรายอย่างยิ่ง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จากการศึกษาพบว่าสุนัขที่เราเลี้ยงอยู่นั้น จำนวน 1 ใน 3 ตัวสามารถรับรู้ถึงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของเจ้าของ และสามารถเตือนให้เจ้านายของมันรู้ล่วงหน้าก่อนจะเกิดอาการได้

สุนัขเป็นผู้ชี้แนะในที่ทำงาน

นักจิตวิทยาพบว่า การที่มีสุนัขอยู่ในที่ทำงานสามารถทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้นได้ เพราะสุนัขสามารถรับรู้ถึงสภาวะทางอารมณ์ของพนักงานเหล่านั้น นักจิตวิทยาคนหนึ่งเล่าว่า มีพนักงานคู่หนึ่งมีที่นั่งติดกันโดยมีสุนัขนอนอยู่ตรงกลาง อยู่มาวันหนึ่งสองคนนี้เกิดทะเลาะกัน ทำให้สุนัขตัวนั้นลุกขึ้นและเดินออกจากตรงนั้นทันที เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขาทั้งสองคนรู้ทันทีว่า การที่พวกเขาทะเลาะกันมันส่งผลกระทบกับคนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะสุนัขก็เปรียบเสมือนเด็กคนหนึ่งที่ยังไร้เดียงสาอยู่นั่นเอง

สัตว์เลี้ยงช่วยพัฒนาเด็กที่ สมาธิสั้น (ADHD)

สัตว์เลี้ยงที่อยู่กับเด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้น สามารถช่วยให้เด็กเหล่านี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยการฝึกปฏิบัติและตอบสนองกับสัตว์เลี้ยง การเล่นกันทำให้เด็กได้ใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การนอนหลับดีขึ้นในตอนกลางคืน และความผูกพันธ์ระหว่างเด็กกับสัตว์เลี้ยงนั้น จะทำให้เด็กเรียนรู้ถึงความรักที่มีให้กับสัตว์ และรักที่จะเคารพตนเองด้วย

สัตว์เลี้ยงช่วยเหลือเด็กที่เป็น โรคออทิซึม (Autism)

เด็กที่เป็นโรคออทิซึม มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทรับสัมผัส ซึ่งกิจกรรมที่ทำกับสัตว์เลี้ยงทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับรู้ถึงการสัมผัสของขนสัตว์กับผิวหนัง การได้กลิ่น และการได้ยินเสียง โดยสุนัขกับม้ามักจะถูกนำมาช่วยเหลือในเรื่องนี้ นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงยังทำให้เด็กมีจิตใจที่สงบผ่อนคลาย และมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ

ช่วยให้เจ้าของมีกระดูกที่แข็งแรง

การพาสุนัขออกไปจูงเดิน ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกใช้งาน โดยเฉพาะในตอนเช้า คุณจะได้รับประโยชน์จากแสงแดดอ่อนๆ ซึ่งช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีขึ้นมา ช่วยให้กระดูกของคุณแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าคุณมีปัญหาโรคกระดูกพรุนอยู่ แนะนำให้ใช้สายจูงสั้นๆ ซึ่งจะช่วยไม่ให้สายจูงพันกับตัวคุณ และไม่ควรจูงสุนัขที่มีนิสัยกระโดดใส่ตัว เพราะจะทำให้คุณล้มและกระดูกหักได้

สุนัขสามารถช่วยเตือนก่อนเกิดอาการชักได้

สุนัขที่ได้รับการฝึก สามารถเตือนผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักก่อนที่อาการจะกำเริบได้ ทำให้ผู้ป่วยรู้ตัวก่อน และนอนลงกับพื้นป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการชัก

ทำให้ผู้ทุพพลภาพจากการป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสารที่บกพร่อง เช่นผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกนั้น สุนัขที่ได้รับการฝึกสามารถที่จะเข้าใจคำสั่งของผู้ป่วยเหล่านี้ได้ ทำให้พวกเขารู้สึกดีที่มีคนเข้าใจสิ่งที่พวกเขาสื่อสาร นอกจากนี้การลูบหัว หรือการเกาหลังให้สุนัข ยังสามารถช่วยให้พวกเขาได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือ และยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

ปัจจุบันนี้นักวิจัยกำลังศึกษาอยู่ว่า เป็นไปได้ไหมที่จะนำสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการฝึกแล้ว ไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหรือที่บ้านของผู้ป่วยเพื่อใช้ในการบำบัดอาการป่วยต่างๆ ช่วยให้ผู้ป่วยมีสภาพจิตที่ดีขึ้นและลดอาการวิตกกังวลจากอาการป่วย

รู้แล้วใช่ไหมครับว่า สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้อย่างไร งั้นลองหันไปดูเจ้าตัวเล็กของเราสิครับว่ามันทำให้เรามีความสุขมากแค่ไหน กี่ครั้งที่เขาคอยอยู่เป็นเพื่อนเวลาเราเหงา กี่ครั้งที่เขาคอยให้กำลังใจเวลาเราท้อแท้ และกี่ครั้งที่พวกเขาทำให้เรายิ้มได้แม้ในวันที่เราเจอแต่เรื่องแย่ๆ มาทั้งวัน ถ้าอย่างนั้นแล้วก็อย่าลืมดูแลพวกเขาให้ดี ให้ความรักกับเขาให้มากๆ เหมือนกับที่เขารักเรานะครับ เพราะอย่าลืมว่า “ชีวิตของพวกเขาไม่ได้ยืนยาวเหมือนเรา และโลกของพวกเขาก็มีแค่เราเพียงคนเดียว”-Dr.K-

 


อ้างอิง: https://pets.webmd.com/ss/slideshow-pets-improve-your-health

แชร์บทความนี้...

Vetbasket

คุณอาจสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น