ทำไมขี้หูแมวเราถึงมีสีดำ?

ทำไมขี้หูแมวเราถึงมีสีดำ?

 เคยเช็ดหูแมวกันบ้างไหมครับ? เชื่อว่าส่วนมากอาจจะไม่เคยเช็ดหูแมวกัน แต่ถ้าลองเช็ดดูเราก็อาจจะพบความผิดปกติก็ได้นะ ไม่เชื่อลองดู โดยปกติแล้วขี้หูของแมวทั่วไปก็จะออกสีเหลืองๆ คล้ายขี้ผึ้ง แต่ถ้าเมื่อไหร่แคะออกมาแล้วมี “สีดำคล้ายผงกาแฟ” อาจเป็นไปได้ว่าแมวของเราเป็นไรในหูแล้วก็ได้ ซึ่งขี้หูสีดำที่เห็นนี้ก็จะประกอบด้วยขี้หู เลือด สารจากการอักเสบ และตัวไรหู

ไรในหูคืออะไร ?…

ไรในหูแมวเกิดจากตัวไรที่มีชื่อว่า “Otodectes cynotis” หรือที่เราเรียกกันว่า “ear mite” พวกมันมักชอบอยู่ในที่อับชื้นเช่นในหูของน้องแมวเรานี่แหละ เจ้าไรในหูนี้จะมีรูปร่างคล้ายเห็บ ถ้ามองด้วยตาเปล่าเราสามารถเห็นตัวไรเป็นจุดขาวเล็กๆ ได้ แต่โดยปกติจะต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จึงจะเห็นตัวไรนี้ในขี้หู โดยแมวที่ติดไรในหูมาจะมีอาการคันหูมากผิดปกติ เกาที่ใบหูหรือสะบัดหัวไปมา ถ้าดูภายในหูจะพบขี้หูที่มีลักษณะเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาจพบน้ำ และบางกรณีอาจมีการอักเสบของหูร่วมด้วย ทำให้แมวรู้สึกคันมาก และแมวจะแสดงออกโดยการเกาหรือสะบัดหัวไปมาตลอดเวลา

อีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คือ บริเวณใบหูด้านนอกหรือโคนหูข้างบนแก้มของน้องแมวเราจะขนร่วงบาง หรือมีแผลอักเสบเป็นหนอง ซึ่งเกิดจากการที่แมวเกาใบหูของตัวเอง เพราะไม่สามารถเกาไปถึงในรูหูได้

“เจ้าของส่วนมากพาแมวมาหาหมอเพราะใบหูเป็นแผล แต่เมื่อพอตรวจดูแล้วกลับพบว่าเป็นไรในหู”



การรักษาไรในหู

ไรในหูพบได้บ่อยมากในแมวที่เลี้ยงอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่นฟาร์มเลี้ยงแมว หรือแมวจร โดยส่วนมากมักได้รับการถ่ายทอดไรในหูมาจากแม่แมวหรือจากแมวตัวอื่นที่คลุกคลีกัน

การรักษาไรในหูนั้นทำได้โดย เช็ดหูเอาขี้หูออกให้มากที่สุด และใช้ยาหยอดฆ่าไรหูทุกวัน ร่วมกับใช้ยาฆ่าไรหูชนิดหยอดหลังคอของแมวทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งกว่าจะสามารถฆ่าตัวไรได้หมดนั้นอาจต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆ และถ้าแมวเป็นทั้งบ้านก็ควรรักษาพร้อมกันทุกตัว ไม่อย่างนั้นก็จะติดกันไปมาไม่หมดแน่นอน

เกล็ดความรู้: ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กำจัดไรหู ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาฆ่าแมลงซึ่งไม่สามารถทำลายไข่ของไรได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างน้อย 21 วัน เพื่อทำลายวงจรชีวิตของไรให้หมด

 

 


จากรูปจะเห็นว่าเราสามารถเช็ดหูให้ลึกๆ ได้เลย เพราะแก้วหู (วงสีแดง) ของแมวจะอยู่ลึกลงไปอีกในส่วนที่ไม้เช็ดหูไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นไมต้องกลัวว่าจะโดนแก้วหู

แต่ถ้าเราเช็ดไม่ลึกพอ ขี้หูที่อยู่ข้างในก็ออกมาไม่หมด การรักษาก็อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร

สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือเจ้าเหมียวไม่ยอมให้เช็ดหูเนี่ยแหละ…การเช็ดหูเจ้าเหมียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อาจต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก ถ้าโชคดีหน่อยเจอเจ้าเหมียวใจดีก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก แต่ถ้าเจ้าเหมียวสู้ตายแล้วล่ะก็ คงต้องปล้ำกันอยู่นาน ไม่งั้นเจ้าของก็ต้องลองหาอุปกรณ์มาช่วยดู อาจทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย อย่างเช่นพวก กระเป๋าจับบังคับแมว เนี่ย ค่อนข้างใช้ได้ผลดีเลยทีเดียว ป้องกันไม่ให้เจ้าเหมียวข่วนเราได้

อย่าลืมว่าไรในหูสามารถติดกันได้ง่ายมากนะครับ ถ้าแมวตัวหนึ่งมีไรในหู (โดยเฉพาะแมวตัวใหม่ที่เอามาเลี้ยง) ก็จะมีโอกาสสูงที่จะติดไปสู่แมวและสุนัขทุกตัวในบ้านได้ ดังนั้นจึงควรทำการตรวจดูแมวที่จะเอาเข้ามาเลี้ยงใหม่ทุกครั้ง ว่าเป็นไรในหูหรือไม่ ถ้าพบว่าเป็นไรในหูให้รักษาให้หายก่อน แล้วจึงค่อยเอามาเลี้ยงรวมกับแมวตัวอื่นนะครับ –Dr.K-


ขอบคุณภาพจาก
chatsdumonde.com
playwithmeow.com
wikihow.pet
utsprokids.org
moosecoonsmc.com
Filmed at Lake Howell Animal Clinic (Maitland, FL) in 2013.

 

แชร์บทความนี้...

Vetbasket

คุณอาจสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น