จะเลี้ยงลูกแมวตัวใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

จะเลี้ยงลูกแมวตัวใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

การเตรียมตัวเพื่อต้อนรับลูกแมวตัวใหม่ ถือเป็นช่วงที่สำคัญ เนื่องจากจะต้องมีการปรับตัวของทั้งผู้เลี้ยงและลูกแมวตัวใหม่ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด คราวนี้ก็ไปดูกันว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

การเตรียมบ้านหลังใหม่ให้ลูกแมว

หลังจากที่คุณได้รอคอยมาเป็นเวลาอันยาวนาน ในที่สุด ก็ถึงเวลาต้อนรับสมาชิกใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวของคุณ… คุณเป็นกังวลหรือไม่ ว่าลูกแมวตัวใหม่จะสามารถปรับตัวได้หรือไม่… เรามีข้อแนะนำในการ ช่วยให้ลูกแมวสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดีและรู้สึกเหมือนเป็น บ้านของลูกแมวเองได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ลูกแมวของคุณ เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่ลูกแมว คุ้นเคย ทั้งการถูกแยกจากแม่แมว ถูกแยกจากพี่น้องในครอกเดียวกัน รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด โดยสิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อคุณรับลูกแมวมาในระยะ แรกนั้น คุณควรปฏิบัติต่อลูกแมวอย่างอ่อนโยน ให้ลูกแมวอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ เพื่อไม่ให้ลูกแมวต้องอยู่ในสภาวะตื่นกลัว ให้ลูกแมวได้อยู่ในห้อง หรือบริเวณที่เงียบสงบ และอาจปล่อยให้ลูกแมวสามารถ เดินสำรวจรอบๆบริเวณของบ้านใหม่ได้ ในวันต่อๆไปเจ้าของคือผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของลูกแมวควรเก็บและพันสายไฟให้อยู่ในที่ที่พ้นจากลูกสุนัข สารเคมีต่างๆที่เป็นอันตรายควรเก็บให้มิดชิด และควรตรวจดูบริเวณที่เป็นรั้วแหลมคมหรือร่องที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

การพบสัตวแพทย์

การพาลูกแมวของคุณไปตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์ หลังจากที่คุณรับลูกแมวมาเลี้ยงใหม่เพื่อที่จะสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกาย ลูกแมวตัวใหม่ของคุณว่ามีสุขภาพดีหรือไม่ และวางแผนเพื่อทำวัคซีน หรือการรักษา รวมทั้งให้สัตวแพทย์ให้คำแนะนำต่างๆ ในการนำลูกแมวตัวใหม่มาเลี้ยง เราจึงมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่คุณอาจได้พบเมื่อคุณพาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์ครั้งแรก มาแนะนำ…
เมื่อคุณรับลูกแมวตัวใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกของครอบครัวคุณแล้ว ก็คงจะเป็นการดีหากคุณจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี ไว้กับสัตวแพทย์ที่ทำการรักษาลูกแมวของคุณ ลูกแมวของคุณควรที่จะไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำในขณะที่ลูกแมวกำลังเจริญเติบโต เพื่อรับการตรวจสุขภาพั่วไปว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่ และควรให้ลูกแมวรู้สึกคุ้นชินกับการไปพบกับสัตวแพทย์
คุณควรที่จะพาลูกแมวของคุณไปพบกับสัตว์แพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายครั้งแรกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ช่วยรักษา หรือแก้ไขปัญหาให้ได้ทันท่วงที หากมีปัญหาเกิดขึ้น โดยหากคุณทำการนัดวัน และเวลา ในการนำลูกแมวเข้าไปทำการตรวจร่างกายครั้งแรก กับทางสัตวแพทย์ได้ จะเป็นการดี หากเป็นไปได้ ควรมีเลขหมายที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดฝันขึ้น

ปัจจัยพื้นฐานที่ลูกแมวต้องการ

  • ลูกแมวต้องการ การนอนหลับพักผ่อนที่มากกว่าแมวโต และควรปราศจากการรบกวน บริเวณพักผ่อนเป็นบริเวณที่ว่างที่ใกล้แหล่งของแสง เช่น ช่องลมหรือหน้าต่างที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึง เนื่องจากแมวชอบนอนในบริเวณที่มีแสงส่องถึงแต่ควรเป็นบริเวณที่ใกล้เจ้าของ แต่การเลี้ยงไว้ภายในห้องนอนเจ้าของไม่ใช่คำตอบที่ดี
  • บริเวณที่ให้อาหารควรห่างไกลจากกระบะทรายแมว หลีกเลี่ยงบริเวณกินอาหารของเจ้าของเนื่องจากแมวจะสับสนระหว่างชามอาหารของตัวเองและจานอาหารของเจ้าของ
  • บริเวณสำหรับเล่นแมวจะใช้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งจะต้องมีบริเวณสำหรับเล่น วิ่งและปีนขึ้นที่สูง
  • บริเวณขับถ่ายควรเป็นบริเวณที่เข้าออกง่าย และห่างจากบริเวณชามน้ำ ชามอาหารและบริเวณที่ใช้สำหรับพักผ่อน

ทั้งหมดนี้คือเรื่องคร่าวๆ ที่เราต้องเตรียมตัวเพื่อต้อนรับสมาชิกเหมียวน้อย แต่อย่างไรก็ตามเราต้องดูด้วยว่าเราพร้อมที่จะเลี้ยงแมวหรือยัง เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่จะตามมาหลังจากเราเริ่มเลี้ยงแมวไปแล้ว เช่นค่าอาหาร ค่าทราย ขนม ของเล่น ค่ารักษาพยาบาลเวลาเจ้าเหมียวป่วย และที่สำคัญคือเวลาที่เรามีให้กับเขาครับ


ข้อมูล: royalcanin

แชร์บทความนี้...

Vetbasket

คุณอาจสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น